ประเภทของเว็บไซต์

เว็บท่า (Portal Site)  เป็นเว็บไซต์ที่พบเห็นกันทุกวัน ซึ่งไม่จัดว่าเป็นประเภทใด  หรือเรียกง่ายๆว่า  เว็บวาไรตี้ ภายในจะมีลักษณะคล้ายๆเว็บข่าวแต่จะได้รับความนิยมมากกว่า  เนื่องจากภายในเว็บจะมีข้อมูลที่หลากหลายไม่เฉพาะเจาะจงแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น sanook.com

เว็บข่าว (News Site)  เป็นเว็บที่คุ้นเคยกับทุกคน เนื่องจากเป็นเว็บที่อัพเดตข่าวสารที่น่าสนใจประจำวัน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน รวมถึงมีการอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆทางธุรกิจ การเมือง การศึกษา บันเทิง เป็นต้น เช่น www.thairath.co.th/

เว็บข้อมูล (Information Site)  เป็นเว็บสำหรับการให้บริการในการสืบค้นข้อมูลต่าง หรือข้อเท็จจริง ที่น่าสนใจ เช่นwww.wikipedia.org/

เว็บธุรกิจหรือการตลาด (Business/Marketing Site) เป็นเว็บที่ธุรกิจหรือองค์กร จัดทำเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการเพื่อให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงอาจจะมีการซื้อขายบนเว็บไซต์ได้ เช่น www.giffarine.com/business/

เว็บการศึกษา (Educational Site) เป็นเว็บที่สถาบันการศึกษาต่างๆ จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสถาบันของตน เช่น เว็บมหาวิทยาลัย ( https://www.rmutk.ac.th/ ) หรืออีกรูปแบบนึงคือการให้ความรู้เกี่ยวกับการศึกษา หรือเรียกว่าเว็บ E-learning 

เว็บบันเทิง (Entertainment Site)  มุ่งเน้นนำเสนอเนื้อหาด้านความบันเทิงโดยทั่วไป เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ ดารา กีฬา ความรัก บทกลอน การ์ตูน เป็นต้น อาจมีการให้บริการดาวน์โหลดเพลงหรือวีดีโอ ซึ่งจะมีการใช้เทคโนโลยีมากกว่าเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ ตัวอย่างเช่น www.hunsa.com

เว็บองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (Non-profit Organization Site) สร้างขึ้นโดยบุคคลหรือองค์กรต่างๆที่มีนโยบายในการช่วยเหลือสังคมซึ่งไม่หวังผลกำไรตอบแทนจากการกระทำ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกันไป เช่น ชมรม มูลนิธิ (https://www.chaipat.or.th/) เป็นต้น 

เว็บส่วนตัว (Personal Site) จัดทำเพื่อเหตุผลที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจจะเป็นพื้นที่ในการแนะนำตนเอง เก็บรูปภาพ นำเสนอผลงานต่างๆ เขียนไดอารี่ หรือถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเอง เพื่อนำเสนอให้แก่ผู้อื่นหรือเพื่อเก็บไว้เฉพาะตนเองเท่านั้น

เว็บไซต์ E-Commerce คือ เว็บไซต์ที่มุ่งเน้นในการจำหน่ายสินค้า หรือบริการต่างๆผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการต่างๆที่ธุรกิจนำเสนอได้อย่างสะดวก เช่น  ธุรกิจขายสินค้า ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการเลือกซื้อได้เฉพาะเจาะจง  และทำให้ลูกค้าสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้ารายอื่นได้ก่อนตัดสินใจซื้อ  อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนต่างๆที่ไม่จำเป็น เช่น การเช่าที่ตั้งหน้าร้าน โกดังเก็บสินค้า รวมไปถึงการจ้างพนักงานขาย  ถือเป็นการลดข้อจำกัดด้านระยะทาง  และเวลา ที่จะเดินทางมายังหน้าร้าน  ซึ่งเป็นการสร้างความสะดวกสบายและทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ 

 โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการนำ E-Commerce มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศได้

ที่มา: https://www.nipareadyweb.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้รองรับ SEO

ทำเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือ

Journey Builder คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร